ปวด คอ บ่า ไหล่ เรื้อรังหายได้ไม่ต้องผ่าตัด! รู้จัก PMS เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ควรลอง

PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) Non-Invasive Pain Relief & Muscle Relaxation

Admin
12 ต.ค. 2568

คุณเคยรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายจนต้องกินยาแก้ปวดเป็นประจำหรือไม่? หรือบางครั้งกล้ามเนื้อเกร็งตึงจนไม่สามารถขยับตัวได้สะดวก แม้จะนวดหรือประคบร้อนก็ยังไม่ดีขึ้น วันนี้เรามีเทคโนโลยีการรักษาใหม่ที่น่าสนใจมาแนะนำ นั่นคือ PMS หรือ Peripheral Magnetic Stimulation ที่กำลังได้รับความนิยมในวงการแพทย์และกายภาพบำบัด

 

PMS คืออะไรกันแน่?

Peripheral Magnetic Stimulation หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า PMS เป็นเทคนิการรักษาที่ใช้คลื่นแม่เหลกไฟฟ้าความเข้มสูงส่งผ่านเข้าไปกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อส่วนปลาย โดยไม่ต้องสัมผัสผิวหนังหรือใช้เข็มแต่อย่างใด หลักการทำงานของมันค่อนข้างน่าสนใจ เพราะคลื่นแม่เหลกไฟฟ้าจะทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปถึงชั้นเนื้อเยื่อลึกๆ ได้โดยตรง ทำให้สามารถเข้าถึงจุดที่เป็นปัญหาได้อย่างแม่นยำ

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อคลื่นแม่เหลกไฟฟ้ากระตุ้นเข้าไปในร่างกาย มันจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงบริเวณที่บาดเจ็บได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อที่เกร็งตึงผ่อนคลายลง และที่สำคัญคือช่วยฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทที่อาจอ่อนแอหรือถูกกดทับด้วย

 

ทำไมถึงควรเลือก PMS?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเลือก PMS ในขณะที่มีวิธีการรักษาอื่นๆ อยู่มากมาย คำตอบอยู่ที่ความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่โดดเด่นกว่า การรักษาด้วย PMS ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีดยา ไม่มีแผลไม่ต้องพักฟื้น คุณสามารถเข้ารับการรักษาแล้วกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติทันที ไม่ต้องหยุดงานหรือเสียเวลาพักฟื้น

อีกจุดเด่นหนึ่งคือผลการรักษามักจะเห็นได้ค่อนข้างเร็ว หลายคนรู้สึกว่าอาการดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แถมยังช่วยลดการพึ่งพายาแก้ปวดได้อีกด้วย สำหรับคนที่เคยลองรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล PMS ก็อาจเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าลอง แต่ละครั้งของการรักษาใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น จบแล้วก็สามารถกลับบ้านได้เลย

 

ใครบ้างที่เหมาะกับ PMS?
 

PMS เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องอาการปวดเรื้อรัง เช่น

  • ปวดหลังส่วนล่าง ที่มักเกิดจากการนั่งทำงานนานๆ หรือท่าทางที่ไม่ถูกต้อง
     
  • ปวดคอและไหล่ จากการใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน
     
  • ปวดข้อเข่าและสะโพก ที่เกิดจากการเสื่อมของข้อหรือการใช้งานมากเกินไป
     
  • กล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรัง ที่ทำให้เคลื่อนไหวลำบากและปวดตลอดเวลา
     

นอกจากนี้ยังช่วยได้กับปัญหาเส้นประสาทอีกด้วย เช่น อาการเส้นประสาทถูกกดทับที่ทำให้รู้สึกชา เจ็บแปลบๆ หรือแสบร้อนตามแขนขา รวมถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากเส้นประสาทไม่ทำงานเต็มที่ สำหรับนักกีฬาหรือคนที่ชอบออกกำลังกาย PMS ก็ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เอ็นอักเสบ กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือข้อบวมจากการกระแทกได้เป็นอย่างดี

 

เข้ารับการรักษาเป็นยังไง?

ก่อนเริ่มรักษา แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุของปัญหา บางครั้งอาจต้องดูผลเอ็กซ์เรย์หรือผลตรวจอื่นๆ ประกอบด้วย เมื่อทราบสาเหตุชัดเจนแล้ว ทีมแพทย์จะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณโดยเฉพาะ

ตอนเข้ารับการรักษาคุณจะได้นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย เจ้าหน้าที่จะวางหัวเครื่อง PMS ลงบนบริเวณที่ต้องการรักษา ระหว่างที่เครื่องทำงาน คุณอาจรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อยหรือเห็นกล้ามเนื้อกระตุกเบาๆ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะมันไม่เจ็บปวดแต่อย่างใด บางคนอาจรู้สึกแปลกๆ ในช่วงแรก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ทุกอย่างใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที แล้วก็เสร็จ

หลังจากรักษาเสร็จ คุณสามารถลุกขึ้นเดินออกไปได้ทันที ไม่มีผลข้างเคียงที่น่ากังวล แพทย์อาจแนะนำให้พักผ่อนและหลีกเลี่ยงการออกแรงหนักในวันแรก แต่โดยทั่วไปคุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ

 

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะหาย?

คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ความรุนแรงของอาการเป็นตัวกำหนดสำคัญ ถ้าเป็นอาการเฉียบพลันที่เพิ่งเกิดขึ้น อาจใช้แค่ 3-5 ครั้งก็ดีขึ้นแล้ว แต่ถ้าเป็นอาการเรื้อรังที่สะสมมานาน อาจต้องทำบ่อยกว่านั้น

ระยะเวลาที่เป็นมาก็มีผลเหมือนกัน ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน ยิ่งต้องใช้เวลาในการรักษามากขึ้น นอกจากนี้การตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนรู้สึกดีขึ้นมากตั้งแต่ครั้งแรก บางคนอาจต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน แพทย์จะติดตามประเมินผลและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมตลอดเวลา

 

มีใครไม่ควรทำ PMS บ้าง?

แม้ว่า PMS จะปลอดภัยสูง แต่ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่ควรใช้วิธีนี้ โดยเฉพาะคนที่ติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือเครื่องมือทางการแพทย์อื่นๆ ที่ใช้ไฟฟ้า เพราะคลื่นแม่เหลกไฟฟ้าอาจไปรบกวนการทำงานของเครื่องมือเหล่านั้นได้

คนที่มีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย เช่น แผ่นเหล็กจากการผ่าตัดกระดูก หรือสกรูยึดข้อ ก็ต้องระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ก่อน สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ PMS ไปก่อน และถ้าคุณมีประวัติโรคลมชัก ก็ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อประเมินความเสี่ยง

 

สรุปแบบง่ายๆ

PMS เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยให้ชีวิตของผู้ที่ทุกข์ทรมานจากอาการปวดเรื้อรังและกล้ามเนื้อเกร็งดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกลัวเจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น และที่สำคัญคือช่วยลดการพึ่งพายาแก้ปวดที่หากกินมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

ถ้าคุณกำลังมีปัญหาเหล่านี้อยู่ ลองปรึกษาแพทย์ดูว่า PMS เหมาะกับคุณหรือไม่ การรักษาที่ถูกวิธีและตรงจุดจะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างแน่นอน อย่าลืมว่าการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหากลายเป็นเรื้อรังและรักษายากในภายหลัง

ข้อควรจำ บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจเท่านั้น การวินิจฉัยและรักษาที่แม่นยำควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

 

บทความที่ควรอ่านต่อ
- เนอร์สซิ่งโฮมพัทยาดียังไง? คู่มือเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบครัน
- 7 ขั้นตอนดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวเข่า ฟื้นตัวเร็ว ปลอดภัย

Share :